ROI และ Payback Period ของ NIA Platform การลงทุนที่วัดผลได้จริง
ในหลายโรงงาน ความสูญเสียในการผลิตมักเกิดขึ้น “ทุกวัน”แต่กลับไม่ถูกมองเห็นอย่างเป็นระบบและทันท่วงทีหรือบางครั้ง ความสูญเสียเหล่านั้นก็ไม่เคยถูกมองเห็นเลย เช่น เครื่องจักรหยุดโดยไม่ตั้งใจ เดินช้ากว่ามาตรฐาน หรือเกิดของเสียซ้ำ ๆ เมื่อข้อมูลยังอยู่ในรูปแบบการจดบันทึกและสรุปย้อนหลัง การตัดสินใจจึงเกิดความล่าช้า และก่อให้เกิดการปรับปรุงที่มักไม่ต่อเนื่อง
ปัญหาเหล่านี้สามารถแก้ไขและปรับปรุงให้ดีขึ้นได้ด้วยระบบ NIA Platform ซึ่งเป็นระบบ Real-Time OEE Monitoring System โดยทำงานร่วมกันบนอุปกรณ์ MC TRACK
MC TRACK เป็นอุปกรณ์สำหรับติดตามสถานะการทำงานของเครื่องจักร ครอบคลุมทั้งเวลาการผลิตสินค้า (Good Time) เวลาที่เครื่องจักรหยุดโดยไม่ตั้งใจ (Downtime Loss) เวลาการผลิตต่อชิ้นงาน (Cycle Time) รวมถึงจำนวนชิ้นงานที่ผลิตได้ โดยข้อมูลทั้งหมดจะถูกส่งต่อไปยัง NIA Platform เพื่อประมวลผลและแสดงผลในรูปแบบที่เข้าใจง่าย สามารถตรวจสอบสถานการณ์การผลิตได้ตามมาตรฐานแบบเรียลไทม์ ช่วยให้ทีมผลิต ทีมซ่อมบำรุง และผู้บริหาร ใช้และนำข้อมูลชุดเดียวกันในการติดตามสถานการณ์ เพื่อระบุสาเหตุความสูญเสีย และยังช่วยขับเคลื่อนการปรับปรุงประสิทธิภาพของเครื่องจักรจากตัวเลข สถิติที่สามารถตรวจสอบและวัดผลได้จริง
ROI ของระบบ OEE Monitoring มาจากอะไร

ROI (Return on Investment) ของระบบ OEE Monitoring เกิดขึ้นได้จากการ "ลดต้นทุนแฝง” และ“เพิ่มเวลาผลิตที่มีคุณค่า” ผ่านการทำงานของ 4 กลไกหลัก ได้แก่
1. เพิ่มความพร้อมและเสถียรภาพของการเดินเครื่อง (Machine Availability)
ช่วยให้มองเห็นรูปแบบการหยุดที่เกิดซ้ำ จุดที่สูญเสียเวลา และสามารถจัดลำดับความสำคัญของการปรับปรุงได้แม่นยำขึ้น
2. ดึงศักยภาพการผลิตออกมาใช้อย่างเต็มที่และสม่ำเสมอ (Performance Improvement)
ทำให้ Speed loss มองเห็นได้ชัด เมื่อเทียบกับ Cycle time และมาตรฐานที่กำหนด ช่วยให้การเดินเครื่องเข้าใกล้ศักยภาพที่ควรจะเป็น
3. ยกระดับคุณภาพการผลิตให้สม่ำเสมอและคาดการณ์ได้ (Quality Improvement)
เชื่อมโยงของเสียกับช่วงเวลา งานที่ผลิต หรือสภาวะเครื่อง เพื่อค้นหาต้นเหตุ และป้องกันการเกิดซ้ำอย่างเป็นระบบ
4. สร้างระบบข้อมูลที่เชื่อถือได้เพื่อการตัดสินใจหน้างาน
ลดการพึ่งพาการบันทึกด้วยมือ ทำให้ข้อมูลของทุกหน่วยงานเป็นชุดเดียวกัน และช่วยให้การประชุมหน้างานตัดสินใจได้เร็วขึ้นจากข้อมูลจริง
วิธีคำนวณ ROI และ Payback Period
สูตรตัวอย่าง
- Annual Gross Benefit (บาท/ปี) = จำนวนหน่วยที่เพิ่มขึ้น × กำไรส่วนเพิ่มต่อหน่วย
- Net Annual Benefit (บาท/ปี) = Annual Gross Benefit − ค่าใช้จ่ายดำเนินงานต่อปี
- Simple Annual ROI (%) = (Net Annual Benefit ÷ เงินลงทุนครั้งเดียว) × 100
- Payback Period (เดือน) = เงินลงทุน ÷ (Net Annual Benefit ÷ 12)
ตัวอย่างคำนวณ ROI (Sample Calculation)
เพื่อให้เห็นภาพ ต่อไปนี้เป็นตัวอย่างการคำนวณจาก OEE Calculator ของเรา (ปรับตัวเลขตามหน้างานจริงได้)
สมมติฐานหลัก
- OEE ก่อน: 59.3%
- OEE หลังจากติดตั้ง NIA Platform: 75%


ผลตอบแทน (ROI & Payback)
- จากสูตรข้างต้น
ROI (%) = (Annual Gross Benefit − Annual Operating Cost) ÷ Initial Investment × 100
ROI (%) = (531,250 – 25,000) ÷ 300,000 × 100
ROI ≈ 168.75%/ปี - หรือมีระยะเวลาคืนทุนที่ 7.1 เดือน

แนวทางเพื่อให้ได้ ROI จริงหลังติดตั้ง
เพื่อให้ ROI เกิดอย่างเป็นรูปธรรม แนะนำให้วางการใช้งานเป็น 3 ขั้นตอน
1) ตั้งมาตรฐานข้อมูล: นิยามสถานะเครื่อง, Cycle time, และเหตุผลการหยุด (Downtime Reasons) ที่หน้างานใช้จริง
2) โฟกัส Top Losses: เลือก 3 สาเหตุหลักที่กระทบมากที่สุด แล้วกำหนดเจ้าของปัญหาและเป้าหมายชัดเจน
3) ทำรอบปรับปรุงต่อเนื่อง (PDCA): ทบทวนรายสัปดาห์/รายเดือนด้วยข้อมูลชุดเดียวกัน เพื่อติดตามผลและป้องกันการเกิดซ้ำ
Toyota Tsusho NEXTY Electronics (Thailand) พัฒนา NIA Platform: ระบบ Monitor OEE แบบ Real-Time เพื่อช่วยภาคอุตสาหกรรมไทยยกระดับการบริหารประสิทธิภาพการผลิตให้สอดคล้องกับแนวทางการบริหารยุคใหม่ โซลูชันนี้ช่วยให้โรงงาน มองเห็นความสูญเสียแบบเรียลไทม์ก่อนที่จะสะสมเป็นต้นทุนก้อนใหญ่ ทั้งในรูปของการหยุดเครื่องโดยไม่ตั้งใจ ความเร็วการผลิตที่ต่ำกว่ามาตรฐาน และของเสียที่เกิดซ้ำ ๆ ส่งผลให้ลดความสูญเสียด้านเวลา ต้นทุนการผลิต และเพิ่มความเชื่อมั่นของลูกค้าผ่านผลลัพธ์ที่วัดได้ด้วยตัวเลข
สรุป
ระบบ OEE Monitoring ที่ดีควรทำให้โรงงาน “เห็นความสูญเสีย” ได้เร็ว และเปลี่ยนข้อมูลนั้นให้เป็นการปรับปรุงที่วัดผลได้จริง NIA Platform ช่วยให้การบริหารหน้างานอยู่บนข้อมูลเรียลไทม์ ลดเวลาที่สูญเสีย เพิ่มเวลาผลิตที่มีคุณค่า และทำให้ ROI สามารถคำนวณและติดตามได้อย่างชัดเจน
TH
EN